ยังอยู่ที่ 5 อาร์เซน่อล 10 คน โดน จิ้งจอก ขย้ำ 3-0 แพ้ 3 นัดติดต่อกัน

ยังอยู่ที่ 5 อาร์เซน่อล 10 คน โดน จิ้งจอก ขย้ำ 3-0 แพ้ 3 นัดติดต่อกัน

   ยังอยู่ที่ 5 ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ผลงานยังเน่าต่อเนื่อง หลังจากที่เพิ่งพ่ายให้กับ จิ้งจอก เลสเตอร์ ซิตี้ 0-3 จากหนึ่งประตูของ ยูรี ทีเลอมองส์ และ เจมี่ วาร์ดี้ ซึ่งเหมาไปคนเดียว 2 ประตู เกมนี้ ปืนใหญ่ ต้องเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คนเมื่อ เมทแลนด์-ไนล์ส โดนไล่ออกจากสนามตั้งแต่ในครึ่งแรก ทำให้ อาร์เซน่อล แพ้เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกันแล้ว

ยังอยู่ที่ 5 อาร์เซน่อล 10 คน โดน จิ้งจอก ขย้ำ 3-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก จิ้งจอกสีน้ำเงิน เลสเตอร์ ซิตี้ เปิด คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนจาก ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล ในวันที่ 28 เมษายน 2562

   เริ่มเกมเป็น เลสเตอร์ ที่ได้ทักทายก่อนจากฟรีคิกระยะไกลในนาทีที่ 7 ชิลเวลล์เปิดบอลเข้าไป แล้วเป็นอีแวนส์ที่วิ่งมาโหม่งบอลไปเข้ามือเลโน่รับเอาไว้ได้สบาย

   นาทีที่ 23 เป็น อาร์เซน่อล ที่เป็นฝ่ายได้ลุ้นบ้าง จากจังหวะที่อิโวบี้ได้อบลทางซ้ายก่อนจะโยนเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ลากาแซตต์วอลเล่ย์ บอลหลุดเสาออกไป

   เล่นไปเล่นมา อาร์เซน่อล ต้องมาเหลือผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน เมื่อ เอนสลีย์ เมทแลนด์-ไนล์ส ไปเข้าช้าใส่ แมดดิสัน เลยโดนกรรมการควักใบเหลืองที่สองเป็นแดงไล่นออกจากสนามไปในนาทีที่ 36

   ช่วงเวลาที่เหลือในครึ่งแรกแม้ เลสเตอร์ จะเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่ก็ยังม่สามารถทำประตูขึ้นนำได้ ทำให้จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0

   ครึ่งหลัง จิ้งจอก อาศัยความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นมาเอาประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จนได้ ในนาทีที่ 59 จากการขึ้นเกมทางฝั่งขวา อัลไบรจ์ตัน ให้ แมดดิสัน โยนเข้าเขตโทษให้ ทีเลอม็องส์ โหม่งเข้าไปเป็นประตู

   หลังจากที่เสียประตูแรก อาร์เซน่อล ก็พยายามจะตั้งเกมบุกเพื่องจะเอาประตูคืนให้ได้ แต่ก็ทำได้ยากเนื่องจากตัวผู้เล่นที่มีน้อยกว่า เกมจึงตกเป็นของ เลสเตอร์ ที่คุมเอาไว้ได้หมดจด

   และแล้วนาทีที่ 86 เลสเตอร์ ก็มาได้เพิ่มอีกหนึ่งประตู บอลเริ่มจาก ชไมเคิ่ล ที่เตะเปิดเกมยาวขึ้นมาถึง วาร์ดี้ วิ่งตามไปเอาบอลในเขตโทษก่อนจะกระดกข้าม เลโน่ บอลพุ่งไปชนคาน กระดอนกลับมาหา วาร์ดี้ ซ้ำดาบสองเข้าไปไม่เหลือ เลสเตอร์ นำห่าง 2-0

   ประตูที่สามของ จิ้งจอก ตามมาติดๆในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+5 คราวนี้เป็น เปเรย์ร่า ลากบอลมาจนถึงหน้าเขตโทษแล้วจ่ายต่อแต่บอลไปติดผู้เล่น อาร์เซน่อล แล้ว ยัง เก็บจังหวะสองได้ก่อนจะกระชากเข้าเขตโทษแล้วให้ไปที่ วาร์ดี้ ชาร์จจ่อๆเข้าไปตุงตาข่าย เลสเตอร์ นำ 3-0

   จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านเอาชนะ อาร์เซน่อล 3-0

 

ราฮีมเบิ้ล เฆซุสปิด พา ซิตี้ บุกอัด พาเลซ 3-1

ราฮีมเบิ้ล เฆซุสปิด พา ซิตี้ บุกอัด พาเลซ 3-1

   ราฮีมเบิ้ล 2 ประตู ให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกนำไปก่อน แล้ว พาเลซ มายิงตีตื้นได้จากประตูของ มิลิโวเยวิช ก่อนที่นาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลาการแข่งขันจะได้ กาเบรียล เฆซุส มายิงตอกฝาโลงพา แมนฯซิตี้ เอาชนะ คริสตัล พาเลซ ไป 3-1 นับเป็นชัยชนะในลีก 9 นัดติดต่อกัน แต่ยังคงตามหลัง ลิเวอร์พูล อยู่ 2 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด

ราฮีมเบิ้ล เฆซุสปิด พา ซิตี้ บุกอัด พาเลซ 3-1

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ปราสาทเรือนแก้ว คริสตัล พาเลซ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม เซลเฮิร์สต์ ปาร์ค ในวันที่ 14 เมษายน 2562

   เริ่มเกมพอเสียงสัญญาณดังขึ้น ซิตี้ ก็เป็นฝ่ายเดินหน้าเข้าใส่เต็มสูบทันทีและก็มาได้ลุ้นครั้งแรกในนาทีที่ 9 จากจังหวะตัดบอลได้ แล้วเป็นซาเน่ให้อเกวโร่ทางฝั่งซ้ายของเขตโทษ

   ก่อนให้ต่อไปที่ซิลบาเปิดต่อไปเสาไกล สุดท้ายเป็นสเตอร์ลิ่งที่ได้ซัดโล่งๆ แต่บอลหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

   แต่ถัดมาเพียงนาทีที่ 15 ในที่สุด แมนฯซิตี้ ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากการสกัดบอลยาวของ พาเลซ ได้ แล้วเป็น เดอ บรอยน์ ไหลบอลไปให้ สเตอร์ลิ่ง ลากบอลเข้าเขตโทษก่อนจะจัดการยิงเข้าประตูไป

   หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำ ซิตี้ ยังคงเป็นฝ่ายที่ครองเกมเอาไว้ได้ แต่ไม่ได้เร่งเกมมากนักยังคงประครองเกมแล้วหาโอกาสเข้าทำไม่ได้รีบร้อนมากนัก

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 45 เป็นโอกาสอีกครั้งของ เรือใบสีฟ้า เมื่อ กุนโดกัน ชิพเข้าเขตโทษแล้วบอลขลุกขลิกแต่สุดท้ายเป็น เดอ บรอยน์ ที่วิ่งมายิง บอลพุ่งติดเซฟแฉลบหลุดเสาออกไป จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายที่ขึ้นนำไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลัง แมนฯซิตี้ ลุยต่อทันทีเพื่อจะเอาประตูที่สองเพิ่มให้ได้และก็มาสำเร็จจนได้ในนาทีที่ 62 จากจังหวะที่ อเกวโร่ได้บอลหน้าเขตโทษก่อนจะไหลไปให้ ซิลบา จ่ายย้อนหลังให้ ซาเน่ เปิดต่อมาที่ สเตอร์ลิ่ง ยิงแบบไม่จับเข้าไปเป็นประตู แมนฯซิตี้ นำห่าง 2-0

   หลังจากที่โดนนำถึงสองประตู พาเลซ ก็พยายามจะเอาประตูคืนให้ได้และมาสำเร็จในช่วง 10 นาทีสุดท้ายก่อนหมดเวลาการแข่งขัน นาทีที่ 81 จากฟรีคิกที่ระยะอันตรายบริเวณหัวกะโหลกมุมเกือบกลางประตู มิลิโวเยวิช รับหน้าที่ยิงเข้าประตูไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นไล่ตามมาเป็น 2-1

   แต่ ซิตี้ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเมื่อในนาที่สุดท้ายก่อนหมดเวลาการแข่งขันพวกเขามาได้ประตูย้ำชัยบอลโต้กลับ เดอ บรอยน์พาบอลขึ้นมาแล้วให้ไปที่ เฆซุส จัดการส่งบอลเข้าประตูไป แมนฯซิตี้ นำ 3-1

   จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 3-1

 

ผลงานร็อดเจอร์ส เลสเตอร์ อัด บอร์นมัธ 2-0 ชนะรวด 3 เกมติด

ผลงานร็อดเจอร์ส เลสเตอร์ อัด บอร์นมัธ 2-0 ชนะรวด 3 เกมติด

   ผลงานร็อดเจอร์ส กุนซือคนเก่งที่พา จิ้งจอก เลสเตอร์ ซิตี้ โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเปิดบ้านเอาชนะ บอร์นมัธ ไป 2-0 จากประตูของ เวส มอร์แกน และ เจมี่ วาร์ดี้ ซึ่งเป็นชัยชนะ 3 นัดติดต่อกันภายใต้การคุมทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทำให้ เลสเตอร์ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 8 บนตาราง พรีเมียร์ลีก เรียบร้อยแล้ว

ผลงานร็อดเจอร์ส เลสเตอร์ อัด บอร์นมัธ 2-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จิ้งจอกสีน้ำเงิน เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับ เอเอฟซี บอร์นมัธ ที่สนาม คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม ในวันเสาร์ที่ 30 มีนาคม 2562

   เริ่มเกม เลสเตอร์ เปิดเกมบุกเข้าใส่ทีมเยือนเพื่อจะเอาประตูขึ้นนำให้ได้ และความพยายามของเจ้าถิ่นก็มาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 10 จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา แมดดิสัน เปิดบอลไปให้ ชิลเวลล์ นอกกรอบแล้วยิงยัดเข้าในสุดท้ายเป็น มอร์แกน ที่ได้ยิงตรงบริเวณจุดโทษ บอลพุ่งเสียบเสาเข้าประตูไป เจ้าถิ่นขึ้นนำก่อน 1-0

   นาทีที่ 15 บอร์นมัธเกือบจะได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะหลุดขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งซ้ายของเฟรเซอร์ เปิดเข้ากลางให้วิลสันได้ชาร์จจ่อๆ แต่ไม่น่าเชื่อว่าชไมเคิ่ลจะเซฟเอาไว้ได้

   นาทีที่ 28 เป็นโอกาสอีกครั้งของเลสเตอร์ จากการเติมเกมทางฝั่งขวาของเปเรร่า ก่อนจะเปิดไปให้วาร์ดี้ซัดด้วยขวาตามน้ำแต่โดนไม่ดี บอลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 40 เจ้าถิ่นได้โต้กลับแล้วก็เกือบจะได้ประตูเพิ่มเมื่อ ไคลน์ โหม่งสกัดไม่ดีบอลเลยไปเข้าทาง วาร์ดี้ ยิงด้วยขวานอกกรอบน่าเสียดายที่บอลไปติดบล็อค อาเก้

   จบครึ่งแรก เลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ บอร์นมัธ ไปก่อน 1-0

   ครึ่งหลังแม้ จิ้งจอก จะเป็นฝ่ายที่มีตนอยู่หนึ่งประตูในครึ่งแรก แต่พวกเขายังคงตั้งหน้าตั้งตาบุกเพื่อจะเอาประตูที่สองให้ได้ นาทีที่ 56 เตเลม็องส์ ลากบอลมาเองก่อนจะหาจังหวะซัดด้วยขวานอกกรอบเขตโทษแต่บอลพุ่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 66 จิ้งจอก ได้ลุ้นอีกครั้งจาก เปเรร่า ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วตัดสินใจซัดไปติดบล็อค บอลกระดอนออกมาเข้าทาง วาร์ดี้ วิ่งไปยิงแต่ เบโกวิช ยังเซฟเอาไว้ได้

   ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 เลสเตอร์ มาได้ประตูที่ 2 หนีห่างเป็น 2-0 เมื่อ เตเลม็องส์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งขวาไปให้ วาร์ดี้ โฉบมาโหม่งบอลเสียบใต้คานเข้าไปอย่างสวยงาม

   จบเกม เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ บอร์นมัธ ไป 2-0 ซึ่งเป็นชัยชนะ 3 นัดติดต่อกันของ จิ้งจอกสีน้ำเงินอีกด้วย

 

  

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs วัตฟอร์ด

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs วัตฟอร์ด

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจาก แตนอาละวาด วัตฟอร์ด ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในคืนวันที่ 09 มีนาคม 2019 เวลา 00.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ดูบอลออนไลน์

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม

05/12/18 วัตฟอร์ด 1-2 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก
03/01/18 แมนฯ ซิตี้ 3-1 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก
16/09/17 วัตฟอร์ด 0-6 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก
21/05/17 วัตฟอร์ด 0-5 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก
15/12/16 แมนฯ ซิตี้ 2-0 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกพรีวิว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ vs วัตฟอร์ด

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

   เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและกลับมานำเป็นจ่าฝูงแทนที่ ลิเวอร์พูล เรียบร้อยแล้ว ผลงาน 10 เกมลีกหลังสุด ทัพเรือใบสีฟ้า เอาชนะคู่ต่อสู้มาได้ถึง 9 นัด และแพ้ไปเพียงนัดเดียวเท่านั้น และ 5 เกมหลังสุดก็ชนะรวดอีกด้วย

   เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือของ แมนฯซิตี้ ต้องเสีย เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ตัวปั้นเกมที่เจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ชวดลงสนามในเกมนี้แน่นอน นอกจากนี้ทั้ง จอห์น สโตนส์, แฟร์นันดินโญ่ และ ฟาเบียน เดลฟ์ ก็ไม่สามารถลงสนามได้เช่นกัน

   ข่าวดีคือจะได้อายเมอริค ลาปอร์ต, จอห์น สโตนส์และเบนฌาแม็ง เมนดี้กลับมาร่วมทีมอีกครั้งแต่อาจจะเป็นเพียงสำรองไปก่อน

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : เอแดร์สัน, ไคล์ วอล์คเกอร์,แวงซองต์ กอมปานี, นิโคลัส โอตาเมนดี้, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, แบร์นาโด้ ซิลวา, อิคาย กุนโดกัน, ดาบิด ซิลบา, ริยาด มาห์เรซ, เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่

วัตฟอร์ด

   ทีมเยือน วัตฟอร์ด สามารถเก็บชัยชนะ 3 จาก 4 เกมหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก มาได้ ขณะนี้รั้งอยู่อันดับ 8 ของตาราง ซึ่ง ฆาบี กราเซีย กุนซือของทีม แตนอาละวาด ไม่มีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน

   โดยทั้ง กีโก้ เฟเมเนีย แบ็กขวาที่พลาดเกมสัปดาห์ก่อนก็หายป่วยกลับมาร่วมทีมได้แล้ว และ เซบาสเตียน โพรเดิ้ล เซนเตอร์ที่เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าก็หายเจ็บกลับมาฟิตพร้อมลงสนามได้แล้วเช่นกัน ซึ่งคาดว่า 11 ตัวจริงที่ลงสนามเจอกับ แมนฯซิตี้ นั้นอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากเกมที่เอาชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ เพียงบางตำแหน่งเท่านั้น

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : บน ฟอสเตอร์, ดารีล ยานมัต, อาเดรียน มาเรียปป้า, เคร็ก แคธคาร์ท, โฮเซ่ โฮเลบาส, อับดูลาย ดูคูเร่, เอเตียง กาปู, โรแบร์โต้ เปเรยร่า, วิลล์ ฮิวจ์ส, ทรอย ดีนี่ย์, เคราร์ด เดวโลเฟว

 

ไก่ดุ เปิดเล้าไล่จิก ดอร์ทมุนด์ 3-0 ฮึง มิน ยิงติดต่อกันนัดที่ 4

ไก่ดุ เปิดเล้าไล่จิก ดอร์ทมุนด์ 3-0 ฮึง มิน ยิงติดต่อกันนัดที่ 4

   ไก่ดุ ท็อตแน่มฮ็อตสเปอร์ ฟอร์มร้อนแรงสุดๆเมื่อเปิดบ้านไล่อัด เสือเหลือง โบรุสเซียดอร์ทมุนด์ จนแทบจะหาทางกลับไม่เจอ 3-0

   ซึ่งเป็นการรัวครึ่งหลังทั้งสามเม็ดจากซนฮึง-มินที่ยิงติดต่อกันเกมนี้เป็นเกมที่ 4 หนึ่งประตู แล้วยาน แฟร์ทองเก้นกับแฟร์นานโด ญอเรนเต้บวกเพิ่มอีกคนละหนึ่งประตู  ชัยชนะในเกมนี้ของไก่เดือยทองทำให้กุมความได้เปรียบก่อนเกมนัดสองจะเริ่มขึ้น

ไก่ดุ เปิดเล้าไล่จิก ดอร์ทมุนด์ 3-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เปิดบ้านต้อนรับ เสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่สนาม เวมบลีย์ ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562

   เริ่มเกมนาทีที่ 7 สเปอร์ส เป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อนจากลูกเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วโดนสกัดออกมา ดาวินซอนโหม่งสวนกลับเข้าไปในกรอบอีกครั้งให้มูร่า เอาบอลลงก่อนจะซัดทันที บอลหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว

   ถัดมานาทีที่ 15 เป็นโอกาสของ ดอร์ทมุนด์ บ้าง จากจังหวะที่ฟอยธ์เสียบอลแถวเขตโทษของตัวเองจึงทำให้พูลิซิชกระชากเอาบอลมายิง แต่ญอริสยังเซฟเอาไว้ได้

   เกมผ่านมาครึ่งชั่วโมงยังไม่มีประตูเกิดขึ้น สเปอร์ส พยายามเล่นเกมอย่างรัดกุม ค่อยๆทำเกมแล้วหาช่อง ส่วนทีมเยือน พยายามฉวยโอกาสจากจังหวะโต้กลับ สุดท้ายจบครึ่งแรก สเปอร์ส ยังเสมอกับ ดอร์ทมุนด์ อยู่ 0-0

   ครึ่งหลังเริ่มเกมได้เพียงนาทีเศษๆเจ้าถิ่นก็มาได้ประตูขึ้นนำก่อนจากจังหวัดที่ผู้เล่น ดอร์ทมุนด์ จ่ายบอลพลาดแถวริมเส้นฝั่งขวาแล้ว แฟร์ทองเก้น เป็นคนโยนบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษให้ ซน ฮึง-มิน แปแบบไม่ต้องจับบอลพุ่งตุงตาข่าย สเปอร์ส ขึ้นนำไปก่อน 1-0

   หลังจากได้ประตูขึ้นนำ เจ้าถิ่นยังคงพยายามบุกเอาประตูที่ 2 อย่างต่อเนื่องและก็มีโอกาสได้ลุ้นอยู่หลายจังหวะ ส่วนทางด้าน เสือเหลือง วันนี้เกมบุกของพวกเขาแทบหาโอกาสลุ้นไม่เจอ

   จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 83 ไก่เดือยทอง มาบวกประตูเพิ่มได้อีก 1 ประตูจากจังหวะที่ โอริเยร์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ แฟร์ทองเก้น วิ่งขึ้นมาชาร์จเข้าประตูไปอย่างสวยงาม สเปอร์ส นำห่าง 2-0

   เท่านั้นยังไม่พอนาทีที่ 86 เจ้าถิ่นมาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะ 3-0 จากลูกเตะมุมทั้งฝั่งซ้าย อิริคเซ่น เปิดบอลโค้งไปกลาง ให้ ญอเรนเต้ โหม่งบอลลงพื้นกระดอนเข้าประตูไป เจ้าถิ่นย้ำชัย 3-0

   จบเกมไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์เปิดบ้านเอาชนะ โบรุสเซียดอร์ทมุนด์ 3-0 กุมความได้เปรียบก่อนที่นัดที่สอง จะต้องเป็นฝ่ายบุกไปเยือนเยอรมันนี

 

ไม่ยอมง่ายๆ สเปอร์ส หวิดเสมอ ฟูแล่ม แต่ได้ วิงส์ ซัดชัยท้ายเกมพาไก่ชนะไป 2-1

ไม่ยอมง่ายๆ สเปอร์ส หวิดเสมอ ฟูแล่ม แต่ได้ วิงส์ ซัดชัยท้ายเกมพาไก่ชนะไป 2-1

   ไม่ยอมง่ายๆ สำหรับ ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ที่เกมนี้ไม่ยอมให้ ฟูแล่ม แบ่งแต้มไปได้ง่ายๆ แม้เกมใกล้จะจบแต่สกอร์ยังเสมอกัน 1-1 ก็ตาม สุดท้าย แฮร์รี่ วิงส์ รับบทพระเอกโขกชัยในนาทีที่ 90+3 พา สเปอร์ส บุกมาเอาชนะ ฟูแล่ม 2-1 เก็บเพิ่ม 3 แต้มเต็ม ขยับไปเป็น 51 คะแนน

ไม่ยอมง่ายๆ สเปอร์ส ได่ วิงส์ ซัดชัยท้ายเกมพาไก่ชนะไป 2-1

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฟูแล่ม เปิดบ้านต้อนรับ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ที่สนาม คราเวน ค็อตเทจ ในวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2562

   เกมช่วง 10 นาทีแรก สเปอร์ส เป็นฝ่ายที่ครองเกมได้และก็มีโอกาสได้ลุ้นประตูจากลูกยิงของ อีริคเซ่น แต่บอลก็หลุดออกหลังไป อีกหนึ่งจังหวะก็ติดบล็อคแล้วออกหลังไปเช่นกัน

   นาทีที่ 12 เป็นฟูแล่มที่เกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่มิโตรวิช ให้บอลมาที่มาเบิล ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งซ้ายแล้วพยายามจะยิงแต่ยังดีที่ยอริส ออกมาปิดมุมแล้วทิ้งตัวปัดบอลออกหลังไปได้ เสียเพียงเตะมุมเท่านั้น

   ถัดมานาทีที่ 17 สุดท้ายเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ ยอเรนเต้ บอลเริ่มจากลูกเตะมุมทางฝั่งขวาที่เปิดไปเสาแรก บอลไปตกใส่เท้าของ ยอเรนเต้ กระดอนโดนหน้าแข้งเข้าประตูตัวเองไปซะอย่างนั้น สเปอร์ส ตกเป็นฝ่ายตามหลัง 1-0

   นาทีที่ 23 ยอเรนเต้เกือบจะแก้ตัวได้จากจังหวะที่แฟร์ตองเกน โยนบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าไปหน้าปากประตูให้ยอเรนเต้ ได้โขกเต็มหัว บอลพรุ่งตรงกรอบแต่นายทวารของเจ้าถิ่นยังพุ่งไปปัดบอลไว้ได้

   ช่วงท้ายเกมครึ่งแรกนาทีที่ 41 เป็นฟูแล่มที่ได้ลุ้นและจังหวะนี้ก็ส่งบอลเข้าไปกองก้นตาข่ายของ สเปอร์ส ได้แล้วแต่ไม่ได้ประตูเพราะล้ำหน้าไปก่อน บอลเริ่มจากลูกวอลเล่ย์ของ ชูร์รเล่ แต่ ยอริส ปัดได้ บอลกระดอนออกมาแล้ว มิโตรวิช ตามมาซ้ำดาบสองเข้าประตูไปแต่กลับล้ำหน้าไปก่อนจึงไม่ได้ประตู จบครึ่งแรก ฟูแล่มเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน 1-0

   ลงมาต่อในครึ่งหลังได้ไม่นาน สเปอร์ส ก็มาได้ประตูตีเสมอทันทีในนาทีที่ 52 เมื่อ ทิม รีม สกัดบอลพลาดทำให้ อีริคเซ่น เกี่ยวบอลได้แล้วโยนไปให้ อัลลี วิ่งมาโขกจ่อๆ ไม่เหลือ ไก่ตามเจ๊า 1-1

   หลังจากที่สกอร์กับมาเท่ากันอีกครั้ง เกมของทั้งสองทีมก็เริ่มดุเดือดขึ้นและมีจังหวะปะทะกันหลายครั้งแต่ยังไม่มีทีมใด ที่พังประตูได้

จนกระทั่งช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 สเปอร์ส เกือบจะได้ประตูแซงนำจากลูกฟรีคิกนอกกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย โรส เปิดบอลมาหน้าปากประตูให้กับ ยอเรนเต้ พยายามจะโขกแต่โดนเฉี่ยวๆทำให้บอลหลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

   เกมทำท่าว่าจะจบที่แบ่งกันไปทีมละแต้ม แต่แล้วช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90 + 3 ไก่เดือยทอง ก็มาได้ประตูชัยจากจังหวะที่ เอ็นคูดู เปิดจากซ้ายเข้ากลางให้ วิงส์ พุ่งมาโขกในกรอบ 6 หลา เต็มหัวไม่พลาด พา สเปอร์ส เฉือนอนเอาชนะฟูแล่มไป 2-1

 

กลางอากาศ ปลด ราเยวัช เซ่นผลงาน ทีมชาติไทย

กลางอากาศ ปลด ราเยวัช เซ่นผลงาน ทีมชาติไทย

   กลางอากาศ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ตัดสินใจปลด มิโลวาน ราเยวัช กุนซือ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่เซ่นผลงานที่ไม่เข้าตาของกุนซือชาวเซิร์บรายนี้

   ซึ่งผลงานสุดท้ายที่น่าจะเป็นจุดที่ทำให้ นายกสมาคมฟุตบอลอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไปก็น่าจะเป็นเกมที่ ช้างศึก ทีมชาติไทย พ่ายให้กับ อินเดีย แบบหมดสภาพ 1-4 ในศึก เอเชียนคัพ ในรอบ 12 ปี ของทีมชาติไทย ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์

กลางอากาศ ปลด ราเยวัช เซ่นผลงาน ทีมชาติไทย

   ก่อนหน้านี้ทางสมาคมฟุตบอลฯ ได้ให้โอกาส มิโลวาน ราเยวัช คุม ทีมชาติไทย ลุยในศึก เอเชี่ยนคัพ 2019 จนกว่าจะจบทัวร์นาเม้นที่ยูเออีก่อนแล้วจึงจะตัดสินอนาคตของกุนซือรายนี้ว่าจะอยู่หรือจะไป แต่จากผลงานในนัดล่าสุดทำให้เกิดกระแสการกดดันจากทางแฟนบอลในโซเชี่ยล นำไปสูการตัดสินใจปลดโค้ชชาวเซิร์บกลางอากาศของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นั่นเอง

   สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้แต่งตั้ง มิโลวาน ราเยวัช เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอล ทีมชาติไทย แทนที่ของ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เมื่อวันที่ 5 พฤษาคม 2560 ด้วยสัญญาแบบปีต่อปี

   สำหรับผลงานในการคุม ทีมชาติไทย ของ มิโลวาน ราเยวัช ปีแรก ลงทำการแข่งขันไปทั้งหมด 8 เกม ชนะ 3 เสมอ 2 และแพ้ไป 3 เกม ซึ่งแบ่งตามทัวร์นาเม้น ได้แก่

ฟุตบอลรายการอุ่นเครื่องฟีฟ่า เดย์

06/06/2017 อุซเบกิสถาน 2-0 ทีมชาติไทย

06/10/2017 เมียนมา 1-3 ทีมชาติไทย

08/10/2017 ทีมชาติไทย 1-0 เคนยา

ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2018 โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย

13/06/2017 ทีมชาติไทย 1-1 สหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์

31/08/2017 ทีมชาติไทย 1-2 อิรัก

05/09/2017 ออสเตรเลีย 2-1 ทีมชาติไทย

จบอันดับ 6 ของกลุ่ม มี 1 คะแนน

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์ คัพ

14/07/2017 ทีมชาติไทย 3-0 เกาหลีเหนือ

16/07/2017 ทีมชาติไทย 0-0 เบลารุส (ทีมชาติไทย ชนะจุดโทษ) *คว้าแชมป์

   ปี 2561 มิโลวาน ราเยวัช คุม ทีมชาติไทย ลงทำการแข่งขันทั้งหมด 11 นัด เก็บชัยได้ 5 นัด แพ้ไป 2 และเสมออีก 4 นัด

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ

22/03/2018 ทีมชาติไทย 0-0 กาบอง ชนะจุดโทษ

25/03/2018 สโลวาเกีย 3-2 ทีมชาติไทย (รองแชมป์)

ฟุตบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่า เดย์

02/06/2018 ทีมชาติไทย 0-2 จีน

11/10/2018 ฮ่องกง 0-1 ทีมชาติไทย

14/10/2018 ทีมชาติไทย 1-0 ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก

ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018

รอบแบ่งกลุ่ม

09/11/2018 ติมอร์ เลสเต 0-7 ทีมชาติไทย

17/11/2018 ทีมชาติไทย 4-2 อินโดนีเซีย

21/11/2018 ฟิลิปปินส์ 1-1 ทีมชาติไทย

25/11/2018 ทีมชาติไทย 3-0 สิงคโปร์

รอบรองชนะเลิศ

01/12/2018 มาเลเซีย 0-0 ทีมชาติไทย

05/12/2018 ทีมชาติไทย 2-2 มาเลเซีย

   โดยสมาคมฟุตบอลฯได้ดัน โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ขึ้นมาคุมทีมขัดตาทัพแทน มิโลวาน ราเยวัช ในขณะที่ยังมีเกมอีก 2 นัดในรอบคัดเลือก เอเชี่ยนคัพ 2019

 

ไม่พูดเยอะเจ็บคอ ซาลาห์ ยิง 1 จ่าย 1 พา หงส์แดง ต้อน วูล์ฟ 2-0 จ่าฝูงยาวไป

ไม่พูดเยอะเจ็บคอ ซาลาห์ ยิง 1 จ่าย 1 พา หงส์แดง ต้อน วูล์ฟ 2-0 จ่าฝูงยาวไป

   ไม่พูดเยอะเจ็บคอ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เดินหน้าล่าชัยชนะต่อไป ล่าสุดเพิ่งจะเอาชนะ วูล์ฟ แฮมป์ตัน 2-0 จากลูกยิงของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และ เวอร์จิล ฟานไดค์ พา ลิเวอร์พูล เก็บ 3 แต้ม ทิ้งห่าง แมนซิตี้ 4 แต้ม นำเป็นจ่าฝูง

ไม่พูดเยอะเจ็บคอ ซาลาห์ ยิง 1 จ่าย 1 พา หงส์แดง ต้อน วูล์ฟ 2-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วูล์ฟ แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจากจ่าฝูง ลิเวอร์พูล ที่สนาม โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ในวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2561

   เริ่มเกม เป็นเจ้าถิ่นที่ได้ทักทายก่อนจากการจ่ายบอลพลาดของ ฟาบินโญ่ หน้าเขตโทษของตัวเอง บอลมาเข้าทาง ตราโอเร่ ยิ่งยัดมุมแคบ บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

   หงส์แดง ช้าๆแต่ชัวร์ เมื่อมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 18 จากจังหวะที่ มาเน่ ให้บอลไปที่ ฟาบินโญ่ พาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะลากไปจนถึงสุดเส้นหลัง แล้วตบเข้ากลางให้ ซาลาห์ วิ่งมาซัดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย

   เกมหลังจากนั้นยังคงเป็น หงส์แดง ที่ครองเกมเอาไว้ได้ แต่เจ้าถิ่นก็สู้กลับได้ดีพอสมควรและได้ลุ้นในนาทีที่ 36 เริ่มจาก ตราโอเร่ แทงบอลไปให้ จอนนี่ ที่ลากขึ้นมาซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งตรงกรอบแต่ อลิสซอน เซฟเอาไว้ได้

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 44 ลิเวอร์พูล เกือบจะโดนตีเสมอจากความผิดพลาดของตัวเองเมื่อ เกอิต้า จ่ายบอลไม่ระวังเลยโดน เฮอร์ตี้ ตัดบอลได้ก่อนจะกระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วยิงทันที ยังดีที่ อลิสซอน รับเข้าซอง

   จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำอยู่ 1-0

   ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ยังเปิดเกมบุกเข้าใส่เหมือนกับครึ่งแรก ผ่านเข้าสู่นาทีที่ 56 เกมต้องหยุดลงชั่วคราวเมื่อ เกอิต้า มีอาการบาดเจ็บที่สะโพก คล็อปป์ จึงตัดสินใจเปลี่ยนตัวทันทีโดยส่ง อดัม ลัลลาน่า ลงสนามมาแทน

   กระทั่งนาทีที่ 68 และแล้ว หงส์แดง ก็ได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 จนได้ จากบอลครอสของ โรเบิร์ตสัน แล้ว ซาอิสส์ เคลียร์ไม่ขาด บอลไปเข้าทาง ซาลาห์ เปิดไปให้ ฟานไดค์ สอดมาแปด้วยซ้าย เข้าประตูไปอย่างสวยงาม

   ช่วง 10 นาทีสุดท้ายก่อนจะหมดเวลาการแข่งขัน วูล์ฟ พยายามหาโอกาสทวงประตูคืน ซึ่งก็ได้โอกาสอยู่หลายจังหวะเหมือนกันแต่ยังทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ ส่วนทางด้านของ หงส์แดง หลังจากที่ได้เปรียบถึง 2 ประตู ก็รอเล่นเกมสวนกลับแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอทำให้ยังไม่ได้ประตูเพิ่ม

   สุดท้ายจบเกม หงส์แดง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเอาชนะ วูล์ฟ 2-0 เก็บเพิ่ม 3 คะแนน มี 48 แต้ม ทิ้งห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงอยู่ 4 แต้ม

 

เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอมรับ ลิเวอร์พูล โชคดีที่ชนะ ฟูแล่ม 2-0

เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอมรับ ลิเวอร์พูล โชคดีที่ชนะ ฟูแล่ม 2-0

   เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ออกมายอมรับว่า ลิเวอร์พูล มีโชคอย่างมากที่สามารถเอาชนะ ฟูแล่ม มาได้ 2-0

   หลังจากที่ลูกโหม่งของ อเล็กซานเดอร์ มิโตวิช ถูกยกธงให้เป็นลูกล้ำหน้าไปซะก่อน ทั้งๆที่ความจริงแล้ว จะไม่ได้ล้ำหน้าก็ตาม

   ทำให้จังหวะนั้น ลิเวอร์พูล ฉวยโอกาสเล่นเร็วทันที จึงพลิกจากสถานการณ์ที่เกือบเสียประตูกลับมานำ 1-0 ได้สำเร็จ จากประตูของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนที่ เซอร์ดาน ชากิรี่ จะมายิงลูกที่ 2 ปิดท้ายให้กับ ลิเวอร์พูล ทำให้สุดท้ายทีม หงส์แดง เป็นฝ่ายเอาชนะฟูแล่มไปได้ในที่สุด 2-0 ดูบอลออนไลน์

เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับจังหวะล้ำหน้าในเกมกับ ฟูแล่ม

   ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว คล็อปป์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า “ผมไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่เพราะเห็นแค่ครั้งเดียว แต่ถ้าจะให้พูดถึงเรื่องนี้ เราเองก็เคยไม่ได้ประตูแบบนี้มาแล้วในนัดที่เจอกับ อาร์เซนอล เช่นกัน”

   ซึ่งเกมกับ อาร์เซนอล นั้น ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 61 จาก มิลเนอร์ ก่อนที่ อาร์เซนอล จะมาตามตีเสมอได้ 1-1 ในนาทีที่ 82 จากลูกยิงของ ลากาแซตต์

   แต่ก่อนหน้านี้ประเด็นที่เป็นปัญหา คือ จังหวะล้ำหน้าของ ซาดิโอ มาเน่ ในนาทีที่ 18 ซึ่งส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้แล้ว แต่ผู้ตัดสินจับล้ำหน้าไปก่อน ทั้งๆที่จังหวะนั้นไม่ได้ล้ำหน้าเลย

   “ซึ่งประตูที่เราทำได้นั้นมันเป็นประตูที่ขาวสะอาดนะ มันไม่ล้ำหน้า แต่เรากลับไม่ได้ประตู ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้”

   “ในจังหวะนั้นกับฟูแล่ม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือปฏิกิริยาของผู้เล่นของเรา ซึ่งพวกเขามีปฏิกิริยาที่ดีมากๆ ทั้ง อลิสซอน, เทรน และโม พวกเขาตัดสินใจได้ดีมากๆ มันเป็นการชิงจังหวะที่ยอดเยี่ยม”

   “แต่หากมองย้อนกลับไปในจังหวะก่อนที่เราจะได้ประตูขึ้นนำ ฟูแล่ม ก็ทำได้ค่อนข้างดี มันเป็นเรื่องค่อนข้างยากนะสำหรับผู้ตัดสินที่จะมองจังหวะนั้น แต่ก่อนหน้านั้นก็มีการทำฟาวล์ ร็อบโบ้ เนื่องจาก ร็อบโบ้ จะเข้าไปบล็อกไม่ให้ฟูแล่มครอสลูกนี้ได้ ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่ามีนักเตะของฟูแล่มไปขวางการเล่นของเขาอยู่หรือเปล่า”

   “ต้องยอมรับว่าเรามีโชคนิดหน่อย เพราะจากจังหวะของ ร็อบโบ้ ทำให้ลูกไม่ล้ำหน้า 100% แต่ไม่ว่าจะยังไง ก่อนหน้านั้นก็มีใครบางคนขวางไม่ให้เขาเล่นบอล”

   “เกมกับ อาร์เซนอลเราเองก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เหมือนกันกับเกมนี้ที่ฟูแล่มเองก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือปฏิกิริยาของลูกทีมหลังจากจังหวะที่เป่าล้ำหน้ามันยอดเยี่ยมมากจริงๆ”

 

 

ลาลีกา พรีวิว บาเลนเซีย พบ บาร์เซโลน่า 7 ตุลาคม 2561

ลาลีกา พรีวิว บาเลนเซีย พบ บาร์เซโลน่า 7 ตุลาคม 2561

   ลาลีกา สเปน บาเลนเซีย เปิดบ้านพบกับ บาร์เซโลน่า ดูบอลออนไลน์ ในคืนวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2561 ที่สนาม เมสตาย่า เวลา 02.00 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

บาเลนเซีย

   เกมนี้ บาเลนเซีย หมดสิทธิ์ใช้งาน ซานติอาโก้ มีน่า ที่สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ในขณะที่ มุกตาร์ ดิยากาบี้, รูเบน เวโซ่, เฟร์ราน ตอร์เรส กับ อูรอส ราชิช ไม่มีชื่อในเกมนี้ กุนซือ มาร์เซลีโน่ การ์เซีย โตราล จะปรับทีม 2-3 ตำแหน่ง

   โดย เควิน กาไมโร่ จะได้ลงสนามมายืนคู่หน้ากับ โรดริโก้ โมเรโน่ ทำให้ มิตชี่ บาตชูอายี่ ที่ได้ลงสนามตัวจริงในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ แมนยู จะกลับไปนั่งสำรอง

   แดนกลาง กลาง การ์โลส โซเลร์ ก็จะกลับมาทำเกมฝั่งขวาแทน ฟร็องซิส โกเกอแล็ง คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟ กาเบรียล เปาลิสต้า ยืนคู่กับ เอเซเกล การาย ในขณะที่อาการบาดเจ็บของ โฆเซ่ กาย่า แบ็กซ้ายคนสำคัญก็ไม่หนักมากซึ่งพร้อมลงสนามแน่นอน ส่วนนายทวารยังคงไว้ใจ เนโต้ ยืนเฝ้าเสาเช่นเดิม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง :

   เนโต้, กริสเตียโน่ ปิชชินี่, กาเบรียล เปาลิสต้า, เอเซเกล การาย, โฆเซ่ กาย่า, การ์โลส โซเลร์, เจฟเฟรย์ กงด็อกเบีย, ดาเนียล ปาเรโฆ, กอนซาโล่ เกเดส, เควิน กาไมโร่, โรดริโก้ โมเรโน่

บาร์เซโลน่า

   ส่วนทางด้าน บาร์เซโลน่า จะไม่มี เซร์จี้ โรเบร์โต้ กับ ซามูแอล อุมตีตี้ ที่ยังไม่พร้อมลงสนาม ในขณะที่ เดนิส ซูอาเรซ, การ์เลส อาเลนญ่า กับ เซร์จี้ ซามเปร์ ไม่มีชื่อในเกมนี้

   เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ กุนซือของ บาร์ซ่า ปรับแนวรับโดยให้ เกลม็องต์ ลองเล่ต์ ยืนคู่กับ เคราร์ด ปีเก้ และแบ็กขวาใช้ เนลซอน เซเมโด้ แผงกลางใช้ อาร์ตูร์ เมโล่ ประสานงานกับ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ อิวาน ราคิติช

   แล้วขยับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ขึ้นสูงไปทำเกมรุกร่วมกับ เลโอ เมสซี่ และ หลุยส์ ซัวเรซ ส่งผลให้ อุสมาน เดมเบเล่ หลุดไปเป็นสำรอง

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง :

   มาร์ค อันเดร แทร์ ชเตเก้น, เนลซอน เซเมโด้, เคราร์ด ปีเก้, เกลม็องต์ ลองเล่ต์, จอร์ดี้ อัลบา, อาร์ตูร์ เมโล่, อิวาน ราคิติช, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

ลาลีกา วิเคราะห์บอล บาเลนเซีย พบ บาร์เซโลน่า

   บาเลนเซีย ที่เกมรับค่อนข้างดีโดยเสียเพียงประตูเดียวตลอด 4 เกมหลังสุด นัดนี้ได้เล่นในบ้านเจอกับ บาร์เซโลน่า ที่เพิ่งจะเอาชนะ สเปอร์ส มาในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก

   เกมนี้ บาเลนเซีย น่าจะเปิดเกมแลกกับ บาร์เซโลน่า ได้สนุก แต่หากมองจากขุมกำลังแล้ว น่าจะเป็น บาร์เซโลน่า ที่เป็นฝ่ายกุมชัยชนะในนัดนี้ได้