ไม่พูดเยอะเจ็บคอ ซาลาห์ ยิง 1 จ่าย 1 พา หงส์แดง ต้อน วูล์ฟ 2-0 จ่าฝูงยาวไป

ไม่พูดเยอะเจ็บคอ ซาลาห์ ยิง 1 จ่าย 1 พา หงส์แดง ต้อน วูล์ฟ 2-0 จ่าฝูงยาวไป

   ไม่พูดเยอะเจ็บคอ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เดินหน้าล่าชัยชนะต่อไป ล่าสุดเพิ่งจะเอาชนะ วูล์ฟ แฮมป์ตัน 2-0 จากลูกยิงของ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ และ เวอร์จิล ฟานไดค์ พา ลิเวอร์พูล เก็บ 3 แต้ม ทิ้งห่าง แมนซิตี้ 4 แต้ม นำเป็นจ่าฝูง

ไม่พูดเยอะเจ็บคอ ซาลาห์ ยิง 1 จ่าย 1 พา หงส์แดง ต้อน วูล์ฟ 2-0

   ดูบอลออนไลน์ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วูล์ฟ แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนจากจ่าฝูง ลิเวอร์พูล ที่สนาม โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ในวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2561

   เริ่มเกม เป็นเจ้าถิ่นที่ได้ทักทายก่อนจากการจ่ายบอลพลาดของ ฟาบินโญ่ หน้าเขตโทษของตัวเอง บอลมาเข้าทาง ตราโอเร่ ยิ่งยัดมุมแคบ บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

   หงส์แดง ช้าๆแต่ชัวร์ เมื่อมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 18 จากจังหวะที่ มาเน่ ให้บอลไปที่ ฟาบินโญ่ พาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวา ก่อนจะลากไปจนถึงสุดเส้นหลัง แล้วตบเข้ากลางให้ ซาลาห์ วิ่งมาซัดด้วยขวาเข้าไปตุงตาข่าย

   เกมหลังจากนั้นยังคงเป็น หงส์แดง ที่ครองเกมเอาไว้ได้ แต่เจ้าถิ่นก็สู้กลับได้ดีพอสมควรและได้ลุ้นในนาทีที่ 36 เริ่มจาก ตราโอเร่ แทงบอลไปให้ จอนนี่ ที่ลากขึ้นมาซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งตรงกรอบแต่ อลิสซอน เซฟเอาไว้ได้

   ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 44 ลิเวอร์พูล เกือบจะโดนตีเสมอจากความผิดพลาดของตัวเองเมื่อ เกอิต้า จ่ายบอลไม่ระวังเลยโดน เฮอร์ตี้ ตัดบอลได้ก่อนจะกระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วยิงทันที ยังดีที่ อลิสซอน รับเข้าซอง

   จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำอยู่ 1-0

   ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ยังเปิดเกมบุกเข้าใส่เหมือนกับครึ่งแรก ผ่านเข้าสู่นาทีที่ 56 เกมต้องหยุดลงชั่วคราวเมื่อ เกอิต้า มีอาการบาดเจ็บที่สะโพก คล็อปป์ จึงตัดสินใจเปลี่ยนตัวทันทีโดยส่ง อดัม ลัลลาน่า ลงสนามมาแทน

   กระทั่งนาทีที่ 68 และแล้ว หงส์แดง ก็ได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 จนได้ จากบอลครอสของ โรเบิร์ตสัน แล้ว ซาอิสส์ เคลียร์ไม่ขาด บอลไปเข้าทาง ซาลาห์ เปิดไปให้ ฟานไดค์ สอดมาแปด้วยซ้าย เข้าประตูไปอย่างสวยงาม

   ช่วง 10 นาทีสุดท้ายก่อนจะหมดเวลาการแข่งขัน วูล์ฟ พยายามหาโอกาสทวงประตูคืน ซึ่งก็ได้โอกาสอยู่หลายจังหวะเหมือนกันแต่ยังทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ ส่วนทางด้านของ หงส์แดง หลังจากที่ได้เปรียบถึง 2 ประตู ก็รอเล่นเกมสวนกลับแต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอทำให้ยังไม่ได้ประตูเพิ่ม

   สุดท้ายจบเกม หงส์แดง ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายเอาชนะ วูล์ฟ 2-0 เก็บเพิ่ม 3 คะแนน มี 48 แต้ม ทิ้งห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูงอยู่ 4 แต้ม

 

ยูฟ่าแชมเปี้ยส์ลีก พรีวิว นาโปลี พบ ลิเวอร์พูล

ยูฟ่าแชมเปี้ยส์ลีก พรีวิว นาโปลี พบ ลิเวอร์พูล

   ยูฟ่าแชมเปี้ยส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี หงส์แดง ลิเวอร์พูล จากพรีเมียร์ลีก บุกไปเยือน นาโปลี ที่สนาม สตาดีโอ ซาน เปาโล ดูบอลออนไลน์ ในคืนวันพุธที่ 4 ตุลาคม 2561 เวลา 02.00 น.

ผลการพบกันล่าสุด

05/08/2018 ลิเวอร์พูล 5-0 นาโปลี

05/11/2010 ลิเวอร์พูล 3-0 นาโปลี

ยูฟ่าแชมเปี้ยส์ลีก ความพร้อมของทีม นาโปลี และ ลิเวอร์พูล

นาโปลี

   สภาพทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ค่อนข้างจะพร้อมขาดเพียง อามิน ยูเนส ปีกซ้ายที่มีอาการบาดเจ็บ, วลัด คิริเชส กองหลังทีมชาติโรมาเนีย และ อเล็กซ์ เมเรท นายทวาร

   ซึ่งเกมนี้คาดว่า อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค ดาวยิงวัย 24 ปี ทีมชาติโปแลนด์จะได้กลับมาลงสนามอีกครั้ง พร้อมด้วยขุมกำลังในแนวรุกเต็มสูบทั้งปีกขวาเป็น โฆเซ่ กาเยฆ่อน และ ปีโอเตอร์ ซีลินสกี้ ทำเกมทางฝั่งซ้าย

   แดนกลางวาง ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ยืนหน้าต่ำ, อัลลัน และ มาเร็ค ฮัมซิค แนวรับให้ เอลเซอิด อีซาย, ราอูล อัลบิโอล, คาลิดู กูลิบาลี่ และ มาริโอ รุย ในขณะที่ผู้รักษาประตู โอเรสติส คาร์เนซิส ได้โอกาสลงสนาม

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : โอเรสติส คาร์เนซิส, เอลเซอิด อีซาย, ราอูล อัลบิโอล, คาลิดู กูลิบาลี่, มาริโอ รุย, โฆเซ่ กาเยฆ่อน, อัลลัน, มาเร็ค ฮัมซิค (กัปตันทีม), ปีโอเตอร์ ซีลินสกี้, ลอเรนโซ่ อินซินเย่, อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค

ลิเวอร์พูล

   หงส์แดง ลิเวอร์พูล เกมนี้ยังไม่มี อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-เชมเบอร์เลน ซึ่งยังเจ็บยาวอยู่ รวมทั้ง ดิว็อค โอริกี้, โดมินิก โซลันกี้ และ อดัม ลัลลาน่า เพิ่งจะกลับมาซ้อมได้ไม่น่าจะฟิตทัน

   ซึ่ง เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของ ลิเวอร์พูล แย้มเป็นนัยๆว่าอาจปรับแท็กติกส์นิดหน่อยจึงคาดว่าแดนกลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน อาจต้องหลีกทางให้กับ นาบี้ เกอิต้า ประสานงานร่วมกับ เจมส์ มิลเนอร์ และ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม

   ในขณะที่สามประสานในเกมรุกยังคงเป็น โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

   อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารทีมชาติบราซิลลงเฝ้าเสาเช่นเดิม พร้อมด้วนแนวรับแบ็กโฟร์ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อลีสซง เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, นาบี เกอีต้า, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่